พอดีว่าได้อ่านเอ็นทรี่ ประสบการณ์อันโหดร้าย กับการเป็นฟรีแลนซ์ ก็เลยอยากจะแบ่งปัน การเป็น (อดีต) ฟรีแลนซ์ของผมให้อ่านกันบ้าง 
 
สำหรับผมแล้ว คำว่า ฟรีแลนซ์ อาจจะพูดไม่ได้เต็มปาก เพราะไม่เคยทำงานแบบฟรีแลนซ์จริงๆ สักที เหมือนจะเป็นข้อตกลงกันซะมากกว่า จริงๆแล้ว ฟรีแลนซ์ อาจจะมาจาก ตอนแรกเป็นงานเสริม สักพักเริ่มเยอะ ก็เลยกลายเป็นฟรีแลนซ์ก็เป็นไปได้
 
เรียนจบเอกภาษาอังกฤษที่คลองหก (ราชมงคล ธัญบุรี) ผมก็จบด้านการแปลภาษา ชอบคอมพิวเตอร์ งานแรกๆก็คืองานแปลภาษาอังกษเป็นไทย ด้านไอที พวก กล้องวงจนปิด โบรชัวร์โ ในสมัยนั้น (2546) หน้าละ 250 - 300 บาท สำหรับนักแปลแบบเพิ่งจบอย่างผม แปล 5 หน้า ได้เงินก็ดีใจแล้วครับ อันนี้เรียกว่า งานเสริม ซะมากกว่า เคยแปลคู่มือโปรเจคเตอร์เล่มนึง ได้เงินมาซื้อคอมเครื่องใหม่เลย (ฮา) นั่นคือเงินเยอะแล้วนะ ก็รับแปลมาเรื่อยๆ พอดีได้มีโอกาสแปลพวกโบรชัวร์ให้กับ AMD ก็สนุกนะในช่วงนั้น จะว่าเป็นงานเสริมก็ใช่ แต่บางช่วงมาเยอะจนแทบจะมาประจำเลยก็เคยมี ช่วงนั้นก็มีแปลบทความในนิตยสาร PCWorld และเขียนบทความ ลงในนิตยสาร PCToday 
 
มีช่วงหนึ่งที่ได้ทำแบบฟรีแลนซ์จริงๆจังๆก็คือช่วงที่คุณพ่อป่วย ผมก็ลาออกจากงานประจำ มาทำฟรีแลนซ์ โดยได้ตกลงกับบริษัทแปลแห่งหนึ่ง ขอทำงานที่บ้าน รับส่งงานทางอีเมล์ (สมัยนั้นเน็ต ADSL 1 - 2 Mbps เองมั้ง) ทำให้ผมได้ทำงานที่บ้าน รับงานทางอีเมล์ ได้ทำงานในแบบฟรีแลนซ์มาคนป้อนงานให้ แบบนี้ได้เงินเป็นก้อนทั้งเดือนแบบเข้าออฟฟิศอาทิตย์ละวัน แถมเขียนบทความให้ My Mobile กับ All Magazine ด้วย
 
ตอนทำงานแปล เคยโดยเบี่้ยวไหม เคยมี ตอนนั้นทำงานหนึ่ง สุดท้ายลูกค้าไม่จ่าย บริษัทแปลก็ฟ้องกันไป เราก็ไม่ได้เงิน แถมดันชวนเพื่อนมาช่วยแปล เพราะหวังว่าจะแบ่งเงินให้เป็นค่าขนม สุดท้ายบริษัทไม่จ่าย เป็นไงล่ะ ฟรีแลนซ์ที่นี่ จบกัน จบด้วยการ ฟ้องของบริษัทแปล และลูกค้า ส่วนฟรีแลนซ์อย่างเรา เผ่นหนีห่างดราม่าออกมาไม่ยุ่งด้วยนานแล้ว สุดท้ายก็ไม่ได้เงิน
 
ในเมื่อไม่ต้องไปออฟฟิศ ได้ดูแลพ่อเต็มที่ พาพ่อไปโรงพยาบาล กลับมาบ้านค่อยทำงาน งานแปลทำให้เสร็จทันเวลาก็ได้ ตื่นมาทำตั้งแต่ 6 โมงเช้าก็ได้ นี่คือสาเหตุที่ทำให้อ้วน คุณเอ้ยยย ทำงานที่บ้านอ่ะนะ จะว่าขยันมันก็ขยันนะ บ่ายง่วงก็หลับ เย็นทำต่อ แต่ของกินเนี่ยสิ นั่งหน้าคอม กินมันทั้งวัน ไม่ออกกำลังกาย (แหงสิ ไม่ออกจากบ้านเลยนี่) ช่วงนั้นเลยได้มีโอกาสเขียนบล็อก และเขียนลงนิตยสาร นั่นแหล่ะถึงเรียกว่า เริ่มจะเป็นฟรีแลนซ์ แต่ฟรีแลนซ์อย่างที่ผมบอกนั่นแหล่ะ รายได้หลักก็คือมีการตกลงกันไว้แล้ว ว่าได้เดือนละเท่านั้น เท่านี้ มันก็คือเหมานั่นแหล่ะ งานมาก็ทำ งานไม่มาก็ทำอย่างอื่นได้ ออนเอ็มไว้คุยงานตลอดเวลา 
 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ฟรีแลนซ์กินแกลบเป็นอาหาร ดังนั้นเราจึงได้รับงานจาก ออแกนไนเซอร์ บริษัทพีอาร์ อเจนซี่ นิตยสาร ที่หางานมาให้เรา ไม่ได้วิ่งไปขายงานเอง ไม่ได้ต้องมีผู้จัดการส่วนตัว แต่เป็นการรับจ้างทำเป็นงานๆไป ไม่แน่ไม่นอน พวกงานแปลเนี่ย ปกติหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยนะ แล้วเราก็เสียภาษีทุกปี ถึงจะเป็นงานเสริมก็เหอะ
 
แต่ยังไม่รู้เลยว่า ชีวิตฟรีแลนซ์จริงๆ จะเป็นยังไง เพราะตอนนี้ก็ยังทำงานประจำและมีงานเสริมมาช่วย แต่ถ้าฟรีแลนซ์ยังต้องกินแกลบอยู่แบบนี้ ยังไงก็ต้องทำงานประจำล่ะครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

ผมเองอยากเป็นฟรีแลนซ์แบบเต็มตัวอะครับ
(ตอนนี้ผมเขียนคอลัมน์ให้นิตยสาร 2 เล่ม)
แต่รายได้ไม่มากพอที่จะทำแทนงานประจำได้
หากว่าต้องไปทำงานประจำ ก็ทนตื่นไม่ไหวอีกsad smile
ชีวิตนี้ยังหาจุดเหมาะสมให้ตัวเองไม่ได้เลย

Categories